วิธีการเลือกซื้อปั๊มน้ำให้ประหยัดพลังงาน

Last updated: Jul 14, 2016  |  180 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระน่ารู้เรื่องปั๊มน้ำ

วิธีการเลือกซื้อปั๊มน้ำให้ประหยัดพลังงาน

ลือกซื้อปั๊มน้ำให้ประหยัดพลังงาน
"ปั๊มน้ำ" ถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีพัฒนาการเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค


ปั๊มน้ำมีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ ปั๊มน้ำอัตโนมัติ, ปั๊มน้ำกึ่งอัตโนมัติ, ปั๊มหอยโข่ง และปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่ ซึ่งแต่ละแบบจะมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกันไป

ปั๊มน้ำอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการใช้ภายในบ้าน คือ ทันทีที่เปิดก๊อกปั๊มน้ำจะทำงาน พอเลิกใช้ปั๊มก็หยุดทำงาน ปัจจุบันจะมีปั๊มน้ำอัตโนมัติแบบมีอินเวอร์เตอร์ ปั๊มน้ำประเภทนี้จะควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า มีจอมอนิเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกคำนวณการใช้น้ำ เช่น ปั๊ม 400 วัตต์ ถ้าเราเปิดใช้น้ำแค่จุดเดียวจะกินไฟแค่ 100 วัตต์ เปิดน้ำพร้อมกัน 4 จุด จะกินไฟ 400 วัตต์ เปรียบดังนั้นระบบอินเวอร์เตอร์จึงช่วยเราประหยัดไฟมากกว่า

ปั๊มน้ำอัตโนมัติจะมีอยู่ 2 แบบ แบบที่

1 ปั๊มมีถังแรงดันอากาศ สำหรับปั๊มมีถังแรงดันอากาศ ข้อดีคืออายุการใช้งานนานกว่า แต่ข้อเสียคือตัวถังทำด้วยเหล็กแล้วเคลือบด้านใน พอใช้ไปนานๆ ด้านในจะเป็นสนิมต้องเปลี่ยนถังใหม่ บางรุ่นบางยี่ห้อหากมีการตรวจเช็คก็จะสามารถใช้งานได้นานมาก

2 ปั๊มแรงดันคงที่  แต่ปัจจุบันมีเฉพาะตัวถังขาย ถ้ามอเตอร์ไม่เสียก็เปลี่ยนแต่ถัง ส่วนปั๊มแรงดันคงที่ ข้อดีคือถ้าเราเปิดน้ำ 4 จุดพร้อมกัน แรงดันน้ำจะไหลเท่ากันทั้ง 4 จุด ไม่ว่าก๊อกน้ำจะอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลัง ถ้าเทียบทั้งสองแบบที่วัตต์เท่ากัน ปั๊มแรงดันอากาศจะดึงน้ำได้แรงกว่า ส่วนใหญ่เราแนะนำให้ลูกค้าใช้ถังแบบแรงดันอัดอากาศ เพราะปัจจุบันหลายยี่ห้อทำเป็นถังสแตนเลส อายุการใช้งานยาวขึ้น เพราะจะรับประกันถึง 5 ปี แต่สามารถใช้จริงได้เป็น 10 ปีเลย

ปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่ เหมาะสำหรับการดึงน้ำ เช่น สูบน้ำท่วมบ้าน สูบน้ำจากบ่อ ปั๊มจุ่มจะมีให้เลือกหลายขนาด ถ้าเราต้องการให้ดึงน้ำเร็วต้องใช้ตัวที่วัตต์สูง ถ้าไม่ต้องการดึงน้ำมากๆ ใช้วัตต์น้อยๆ ก็จะประหยัดได้ด้วย ในการใช้งานต่อเนื่องจะใช้ได้แค่ 7 ชั่วโมง ถ้าเกินจากนั้นปั๊มจะร้อนจัดทำให้มอเตอร์ตัดและใบพัดล็อค เราต้องถอดใบพัดออกมาหมุนกลับเข้าไปใหม่ ก็จะใช้งานได้เหมือนเดิม จุดนี้บางครั้งลูกค้าไม่ทราบ เอาไปเปิดทั้งวันทั้งคืน พอปั๊มล็อคก็นึกว่าปั๊มเสีย จริงๆ แล้วปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่จะต้องสลับกันใช้ สำหรับปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่จะมีอยู่ 2 แบบเช่นกัน แบบที่ 1 มีลูกลอย พอจุ่มน้ำสูงลูกลอยจะลอยขึ้น พอดูดน้ำหมดลูกลอยก็จะจมลงปั๊มก็ตัดอัตโนมัติ แบบที่ 2 ไม่มีลูกลอย ต้องเปิด-ปิดสวิทช์เอง

ปั๊มหอยโข่ง เหมาะกับการดึงน้ำเก็บใส่ถัง เหมือนที่ใช้ในการเกษตรคือส่งน้ำไปไกลๆ หรือดึงน้ำขึ้นไปบนอาคารสูงๆ เพราะปั๊มหอยโข่งจะมีแรงม้าสูง มี 1 แรงม้า 2 แรงม้า แต่ไม่เป็นระบบอัตโนมัติ เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องนานๆ

ปั๊มกึ่งอัตโนมัติ จะคล้ายๆ กับปั๊มอัตโนมัติ แต่เราต้องเปิด-ปิดสวิทช์ หรือเสียบปลั๊ก-ถอดปลั๊กใช้งานเอง ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่นิยม ลูกค้าส่วนใหญ่จะนิยมแบบอัตโนมัติไปเลย

เลือกปั๊มเหมาะกับงานจะช่วยประหยัดเงิน 

1. การเลือกซื้อปั๊มน้ำจะต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น จำนวนผู้อยู่อาศัย จำนวนชั้น พฤติกรรมการใช้น้ำ และความชอบซึ่งความชอบนั้นหมายถึงบางคนอาจชอบน้ำไม่แรงมาก แต่บางคนอาจจะชอบน้ำแรง ๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการเลือกซื้อปั๊มน้ำทั้งสิ้น เพื่อให้ต้องกับความต้องการและประหยัดพลังงานมาที่สุด

2. การเลือกใช้พลังงานทางเลือก เช่น การใช้แผงโซล่าเซลล์ก็ช่วยให้ประหยัดเงินค่าไฟฟ้าไปได้อีทาง

3. ติดตั้งปั๊มถูกวิธีช่วยประหยัดพลังงาน ในการติดตั้งปั๊มน้ำ เราไม่แนะนำให้ติดตั้งแบบดึงตรง (by pass) แนะนำให้ต่อกับแท็งก์น้ำ (ติดตั้งแท็งก์น้ำเพิ่ม) แล้วให้ปั๊มดึงน้ำจากแท็งก์เข้าบ้าน ตรงนี้จะช่วยประหยัดไฟกว่าเป็นพิเศษ อีกอย่างคือการติดตั้งแท็งก์น้ำจะช่วยให้น้ำใช้หรือน้ำฝักบัวของเราไม่มีตะกอน เพราะเวลาที่น้ำเข้าแท็งก์ตัวตะกอนจะตกลงก้นแท็งก์ก่อน เวลาใช้ปั๊มดึงก็จะได้น้ำสะอาดออกมา ทีนี้ก็ช่วยประหยัดน้ำ-ประหยัดไฟได้เยอะ

หวังว่าจะได้ความรู้กันพอสมควรนะคะ การเลือกซื้อปั๊มน้ำคงไม่ยากอีกต่อไปแล้วล่ะค้าาาาา

Powered by MakeWebEasy.com